ครูมีขั้นตอนเตรียมตัวก่อนเปิดเทอมอย่างไร

วันที่ 13 พ.ค. 2558
ผู้เข้าชม : 2590
ครูต้องเตรียมตัวล่วง หน้าก่อนเปิดเทอม 2- 3 สัปดาห์  เพื่อให้ตนเองพร้อมที่สุดต่อ การจัดการชั้นเรียน ให้นักเรียนเข้าสู่ความเป็นระเบียบเรียบร้อยภายใน  2- 3 วันแรก  

เมื่อโรงเรียนเปิด งานต่างๆ จะประดังเข้ามา ยากที่ครูจะตั้งตัวติด  หากไม่ เตรียมตัวตั้งหลักไว้ล่วงหน้า   การเตรียมตัวนี้ จะช่วยให้นักเรียนเกิดความประทับใจ และพร้อม ที่จะร่วมมือกับครู ร่วมกันฝ่าฟันอุปสรรค ไปสู่ความสำเร็จของนักเรียน และมีความสุขสนุก สนานกับการเรียนไปตลอดปี  คือให้คุณแก่ทั้งนักเรียน และแก่ครู
              การเตรียมตัวก่อนเปิดเทอมสำหรับครู จัดเป็นกลุ่มการเตรียมตัว ซึ่งประกอบด้วย
  • - เตรียมเครื่องใช้สำหรับครู และบางอย่างสำหรับอำนวยความสะดวกแก่ศิษย์
    - เตรียมตกแต่งห้องเรียน ให้มีบรรยากาศเอื้อต่อการเรียน และดีต่อสุขภาพ หรือป้องกันโรค เช่น โรคหวัด
    - เตรียมหนังสือสำหรับเด็ก รวมทั้งรูปภาพ และแผนผังประกอบการเรียนรู้
               เคล็ดลับ คือ การจัดแฟ้มที่มีส่วนของนักเรียนเป็นรายคน สำหรับใส่ เอกสารแจกเตรียมไว้ให้นักเรียนที่ขาดเรียน หรือเอาไว้เตือนว่านักเรียนคนไหนยังไม่ส่งการบ้าน
               นี่คือสุดยอดของการจัดระบบตัวเอง และการจัดระบบชั้นเรียน นักเรียนจะรู้ข้อตกลงหรือ กติกาเพื่อช่วยให้ครูช่วยดูแลส่งเสริมการเรียนรู้ของศิษย์แต่ละคน ทำให้การดำเนินการในชั้น เรียนเป็นไปอย่างมีระบบ ไม่มั่ว ไม่ขึ้นอยู่กับว่าครูมีความจำดีหรือขี้หลงขี้ลืม  เพราะทุกอย่างมี ระบบหมด เปิดแฟ้มดูก็ตรวจสอบได้ทันที  แต่ต้องมีหลายแฟ้มและต้องรีบเก็บเอกสารเข้าแฟ้ม รวมทั้งนักเรียนก็จะต้องร่วมมือส่งการบ้านให้ตรงตะกร้า ไม่รื้อเอกสารบนโต๊ะครู ซึ่งหากทำ ถือว่าผิดวินัยรุนแรง เพราะเป็นการทำลายความราบรื่นในการเรียนของทั้งชั้นเรียน
การเตรียมห้องเรียน แบ่งออกเป็น 4หัวข้อย่อย หรือ 4S ดังนี้

               Sensory Details สมกับคำว่า details ต้องเอา ใจใส่ "สัมผัส" 4 ใน 5 ของห้องเรียน  หรือหากถือตามแบบไทย ที่มีผัสสะ 6 ทวาร คือ ตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ   ก็มียกเว้นทวารเดียวคือลิ้น หรือผัสสะรส ที่ไม่ต้องเตรียม   ข้อพึงตระหนักคือ เด็กมีความไวในการรับรู้มากกว่าผู้ใหญ่   ดังนั้นผัสสะที่ไม่พึงประสงค์ หรือไม่เป็นผลดีต่อ การเรียน อาจส่งผลร้ายต่อเด็กมากกว่าที่เราคิด หลักการคือ ต้องทำให้สภาพของห้องเรียน มีคุณสมบัติ 4 อย่าง คือ functional, comfortable, welcoming และ inspiring   แปลว่า ประโยชน์ใช้สอย  ให้ ความรู้สึกสบาย  ดึงดูดให้เข้ามาในห้อง  และสร้างแรงบันดาลใจ   เราสามารถใช้หลักการนี้ ทดลองหรือทำวิจัยเรื่องการจัดห้องเรียนได้มากมายหลายสิบหลายร้อยโจทย์ ตามบริบทของ นักเรียน และภูมิสังคมที่แวดล้อมโรงเรียน
               อุณหภูมิในห้องก็มีความสำคัญ  ในสหรัฐอเมริกาปัญหาห้องหนาวเกินไปคงจะเป็น ปัญหาใหญ่  ในบ้านเราตรงกันข้าม  แต่เวลานี้โรงเรียนจำนวนมากในเมืองติดเครื่องปรับอากาศ  ซึ่งก็มีทั้งข้อดีและข้อเสีย   ข้อเสียที่เห็นชัดคือการแพร่เชื้อโรคทางการหายใจ เช่น ไข้หวัด ทั้งยังไม่ควรปล่อยให้ผนังห้องเปล่าเปลือยไม่ช่วยกระตุ้นความสนใจใคร่รู้ของเด็ก  การ ตกแต่งด้วยรูปธรรมชาติ รูปคน ภาษิตคำคม ฯลฯ จะช่วยกระตุ้นจินตนาการและแรงบันดาลใจ ของเด็ก นี่ก็เป็นประเด็นสำหรับทดลองและวิจัยเช่นเดียวกัน
Seating Arrangement  การจัดโต๊ะนักเรียนจัดได้หลายแบบ โดยมีหลักการ สำคัญคือ ให้เกิดความสะดวกต่อการเรียนของเด็ก ให้เด็กมองจอ กระดานหน้าห้อง จอทีวี และจอมอนิเตอร์ (ถ้ามี) เห็นหมดทุกคน   และเพื่อความสะดวกของครูในการเคลื่อนไหว ไปทุกส่วนของห้องได้อย่างรวดเร็ว รวมทั้งไม่ให้เกิดมุมอับ สำหรับเด็กเบื่อเรียนหลบครูไปทำอย่างอื่น
               ทั้งนี้ จะจัดห้องเรียนอย่างไร ขึ้นกับขนาดและรูปร่างของห้อง และจำนวนนักเรียน  เป้าหมาย ของการจัดคือ เพื่อให้เกิดผลดีต่อการเรียนรู้ของเด็ก  สร้างความรู้สึกมีแรงบันดาลใจต่อการเรียน  และสร้างปฏิสัมพันธ์ที่ดีระหว่างนักเรียน และระหว่างนักเรียนกับครู
วิธีจัดชั้นเรียนที่ไม่ควรทำที่สุดคือจัดเป็นแถว หันหน้าไปสู่ กระดานหรือจอหน้าห้อง  เพราะเด็กจะบังกัน  และควรจัดให้ตำแหน่งที่ครูยืนห่างจากนักเรียน แต่ละคนไม่เกิน ๓ ช่วงโต๊ะ เพราะจะช่วยให้ครูดูแลความเป็นระเบียบเรียบร้อยได้ง่าย   โดยเข้าถึงตัวเด็กได้ง่าย   และมีผลทางจิตวิทยาว่านักเรียนทุกคนใกล้ชิดครู พึงตระหนักว่า วิธีจัดโต๊ะในห้องมีผลต่อบรรยากาศในห้องเรียนมาก  การจัดแบบ classroom มีผลต่อความรู้สึกเป็นทางการ  เน้นกฎระเบียบ  การจัดเป็นรูปวงกลมเป็นกลุ่มๆ หันหน้าไปทางหน้าห้อง จะให้ความรู้สึกอิสระมากกว่า การจัดเป็นแบบสตูดิโอ บ่งบอกว่า ห้องเรียนคือห้องทำงานร่วมกันของนักเรียน
               นโยบายการจัดที่นั่งมี 2 แนวทางใหญ่ คือ กำหนดที่นั่งประจำ กับเปิดฟรีให้นักเรียน เลือกที่นั่งเองตามชอบใจ  ใครมาก่อนเลือกก่อน เปลี่ยนที่นั่งไปเรื่อยๆ ก็ได้  ซึ่งมีข้อดีคือไม่ จำเจ  แต่อาจไม่สะดวกหากนักเรียนต้องการเก็บของไว้ในโต๊ะ   และไม่สะดวกสำหรับครู ที่จะทราบว่าวันนั้นนักเรียนคนไหนไม่มาเรียน

Supplies and Storages ห้องเรียนสมัยนี้ต้องมีวัสดุช่วยเรียนหรือช่วยสอน มากกว่าสมัยผมเรียนอย่างเทียบกันไม่ได้เลย   จึงต้องกำหนดที่วาง มีตู้หรือที่เก็บ ที่นักเรียนจะต้องช่วยกันเก็บ หรือมีเวรเก็บของนักเรียน

               Student Information ครูต้องสื่อสารกับนักเรียนอยู่เสมอ  ทั้งโดยวาจาและโดยเอกสารประกาศ จึงต้องเตรียมสถานที่และระบบติดประกาศที่เหมาะสมนักเรียนเห็นง่าย ไม่ตกข่าว โดยที่ครูควรคิดเรื่องนี้อย่างรอบคอบ เป้าหมายที่สำคัญคือ ใช้เป็นเครื่องมือกระตุ้นความใฝ่รู้ของนักเรียน กระตุ้นบรรยากาศตื่นตัวหรือแรงบันดาลใจในการเรียนรู้

               เทคนิคอย่างหนึ่งคือ ประกาศแผนการเรียนวันถัดไปไว้ล่วงหน้า หรือยิ่งดีหากประกาศไว้ล่วงหน้าทั้งสัปดาห์ หรือทั้งเดือน จะช่วยนักเรียนที่ขาดเรียนบางวัน และช่วยนักเรียนที่ต้องการวางแผนการเรียนของตนไว้ล่วงหน้า การทำตารางเรียนดังกล่าว ควรทำให้อ่านง่าย มีระบบสีที่แตกต่างกันสำหรับกิจกรรมต่างกลุ่ม รวมทั้งอาจใช้ตารางเป็นตัวกระตุ้นหรือสร้างแรงจูงใจต่อพฤติกรรมที่พึง ประสงค์  
 
ข่าวอื่นๆที่เกี่ยวข้อง